PrevNext

กติกามวยปล้ำปรับปรุงใหม่
โดย United World Wrestling

รายการแข่งขัน
ชิงแชมป์เอเชีย

ผู้ชนะการแข่งขัน
ชิงแชมป์เอเชีย

ทีมนักกีฬามวยปล้ำ
ประจำทีมชาติไทย

bar-ข้อบังคับ

ข้อบังคับสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๘

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๘”

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนจากนายทะเบียน

ข้อ ๓ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการตีความในข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดให้สมาคมเสนอปัญหานั้นให้ที่ประชุมใหญ่วินิจฉัย และให้ถือการวินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุด

ข้อ ๔ คำจำกัดความ คำในข้อบังคับนี้หมายความว่า ดังนี้

  • ๔.๑ สมาคม หมายถึง สมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย
  • ๔.๒ นายกสมาคม หมายถึง นายกสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย
  • ๔.๓ คณะกรรมการสมาคมหมายถึง คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย
  • ๔.๔ กรรมการ หมายถึง กรรมการของสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย
  • ๔.๕ สมาชิก หมายถึง สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ สมาชิกบุคคล และสมาชิดกิตติมศักดิ์
  • ๔.๖ คณะกรรมการพิเศษ หมายถึง กรรมการพิเศษต่างๆ ที่คณะกรรมการลงมติแต่งตั้งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามขอจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด อาทิเช่น กรรมการที่ปรึกษา กรรมการอุปถัมภ์ กรรมการกิตติมศักดิ์ เป็นต้น
  • ๔.๗ เจ้าหน้าที่ หมายถึง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ให้กับสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งแระเทศไทย
  • ๔.๘ นายทะเบียน หมายถึง นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา หรือนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี

หมวดที่ ๑ ความทั่วไป

ข้อ ๕ สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย” ใช้อักษรย่อว่า “สปท.” เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “THAI WRESTLING ASSOCIATION” ใช้อักษรย่อว่า TWA

ข้อ ๖ เครื่องหมายสมาคมมีลักษณะเป็นรูปนักกีฬามวยปล้ำยื่นเกี่ยวคอกัน (แดง น้ำเงิน) เขียนเป็นลายเส้นสีดำทึบบนสีฟ้ามีช่อชัยพฤกษ์สีเหลืองโอบด้านล่างภายในรูปวงรีภายใต้รูปเขียนเป็นตัวหนังสือทางโค้งว่า “สมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย” และมีอักษรย่อภาษาอังกฤษ TWA ใต้ภาษาไทยใช้ตัวหนังสือสีดำ

ข้อ ๗ สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ ชั้น ๑๕ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทยเลขที่ ๒๘๖ ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐ เปิดทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา ๘.๓๐-๑๖.๓๐น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุกนักขัตฤกษ์ เว้นแต่ที่สมาคมประกาศกำหนดให้เจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานตามคำสั่งสมาคม

ข้อ ๘ วัตถุประสงค์ของสมาคม

  • ๘.๑ เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ควบคุม ดูแล พัฒนา เผยแพร่ และดำเนินกิจกรรมกีฬามวยปล้ำภายในประเทศ ส่งนักกีฬามวยปล้ำเข้าร่วมการแข่งขันในนามประเทศไทย
  • ๘.๒ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ดำเนินการ จัด ช่วยเหลือ แนะนำ และร่วมมือในการจัดการแข่งขันกีฬามวนปล้ำภายในประเทศ โดยกำกับควบคุมและรับรองการจัดการแข่งขัขนให้มีมาตรฐาน เป็นไปตามที่สมาคมกำหนดในแต่ละระดับ สอดคล้องกับกฎระเบียบของสหพันธ์มวยปล้ำนานาชาติ
  • ๘.๓ เพื่อพัฒนาการเล่นกีฬามวยปล้ำของประเทศไทย ตลอดจนพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนบุคลากรในระดับต่างๆ ให้มีมาตรฐาน มีความรู้ ความสามารถเพิ่มขึ้น
  • ๘.๔ เพื่อร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทยและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ตลอดจนดำเนินการประสานงานติดต่อร่วมมือกับองค์กรและประเทศต่างๆ ในนามประเทศไทยในด้านกีฬามวยปล้ำ
  • ๘.๕ เพื่อส่งเสริมให้มีสโมสรสมาชิกจากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ
  • ๘.๖ เพื่อส่งเสริม สันบสนุน และช่วยเหลือสโมสรสมาชิกในด้านต่างๆ ตามระเบียบหรือข้อบังคับสมาคมกำหนด
  • ๘.๗ เพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความเป็นกลาง และไม่ให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือทรัพย์สินแก่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด

หมวดที่ ๒ สมาชิก

ข้อ ๙ สมาชิกของสมาคมมีสี่ประเภท ดังนี้

  • ๙.๑ สมาชิกสามัญ เป็นสมาคมกีฬาจังหวัด หรือชมรมกีฬามวยปล้ำ ตัวแทนของจังหวัด โดยสมาคมกีฬาจังหวัดให้การรับรอง หน่วยงานราชการที่เป็นนิติบุคคล หรือรัฐวิสาหกิจ สโมสรของหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ นิติบุคคลหรือสโมสรของนิติบุคคล หรือสถาบันการศึกษา
  • ๙.๒ สมาชิกวิสามัญ เป็นชมรม สโมสรทั่วไปที่มีคุณสมบัติ นอกเหนือจากข้อ ๙.๑ หรือข้อ ๑๐
  • ๙.๓ สมาชิกบุคคล เป็นนักกีฬาหรือผู้ฝึกสอนมวยปล้ำ หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจกีฬามวยปล้ำ
  • ๙.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์ เป็นบุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

เมื่อสมาคมรับสมาชิกตามข้อ ๙.๑ และข้อ ๙.๒ เป็นสมาชิกแล้วให้เรียกว่า “สโมสรสมาชิก”

ข้อ ๑๐ คุณสมบัติของชมรม สโมสรสมาชิก ประกอบด้วย

  • ๑๐.๑ มีการสอนหรือการเล่นกีฬามวยปล้ำเป็นประจำ
  • ๑๐.๒ มีสถานที่เล่นหรือฝึกซ้อม
  • ๑๐.๓ มีผู้ฝึกสอนรับผิดชอบในการสอน
  • ๑๐.๔ มีผู้รับผิดชอบสโมสร
  • ๑๐.๕ มีนักกีฬาหรือสมาชิกไม่น้อยกว่าสิบคน
  • ๑๐.๖ มีกิจกรรมการเข้าร่วมการแข่งขันที่สมาคมเป็นผู้จัดการแข่งขัน หรือให้การรับรองเป็นประจำ

ข้อ ๑๑ อัตราค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

  • ๑๑.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๑๐๐ บาท และค่าบำรุงประจำปีๆ ละ ๕๐๐ บาท
  • ๑๑.๒ สมาชิกวิสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๕๐ บาท และค่าบำรุงประจำปีๆ ละ ๑๐๐ บาท
  • ๑๑.๓ สมาชิกบุคคล จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๕๐ บาท และค่าบำรุงประจำปีๆ ละ ๑๐๐ บาท
  • ๑๑.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ ๑๒ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ และให้เลขาธิการเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวแรกที่มีการประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาการสมัครเสร็จสิ้นแล้ว ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาเป็นตัวหนังสือให้ผู้สมัครทราบภายนสิบห้าวันนับจากวันที่มีมติของคณะกรรมการ

ข้อ ๑๓ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงประจำปีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลเป็นหนังสือโดยไปรษณีย์ตอบรับจากเลขาธิการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก และให้เลชาธิการประการรายชื่อสโมสรสมาชิกในเว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

ข้อ ๑๔ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับหนังสือตอบรับจากผู้คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม โดยสมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้สิ้นสุดลงตามวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ หรือสมาชิกกิตติมศักดิ์ถึงแก่กรรม

ข้อ ๑๕ สมาชิกภาพของสมาชิกสมาคมสิ้นสุดลงด้วยเหตุผลต่อไปนี้

  • ๑๕.๑ เลิกกิจการ หรือขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๐ เป็นเวลาสองปีขึ้นไป
  • ๑๕.๒ ตาย
  • ๑๕.๓ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ และ สมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
  • ๑๕.๔ ขาดสถานภาพตามข้อ ๙
  • ๑๕.๕ ไม่ชำระค่าบำรุงประจำปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งสมาคมได้ทำหนังสือทวงถามแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้ง แต่ละครั้งห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
  • ๑๕.๖ สโมสรสมาชิกไม่ส่งทีม หรือนักกีฬามวยปล้ำเข้าร่วมการแข่งขันที่สมาคมจัดขึ้น หรือให้การรับรองเป็นเวลาสอสงปีติดต่อกัน
  • ๑๕.๗ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่ออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกนั้นจงใจไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบของสมาคม หรือกระทำการใดที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม มติที่ประชุมใหญ่ของสมาคมให้ลบชื่อออกจากทะเบียน หรือให้พ้นจากสมาชิกภาพ หากประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ ให้ยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการสมาคมได้ เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกถอนชื่อ

ข้อ ๑๖ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

  • ๑๖.๑ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อ๕ณะกรรมการ
  • ๑๖.๒ มีสิทธิเข้าร่วมการประชุมใหญ่ของสมาคม
  • ๑๖.๓ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละหนึ่งคะแนนเสียง
  • ๑๖.๔ สมาชิกสามัญที่เป็นสมาชิกไม่ครบหนึ่งปี ไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในวาระการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคม
  • ๑๖.๕ สมาชิกวิสามัญ สมาชิกบุคคล และสมาชิกกิตติมศักดิ์ มีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสมาคมได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนในวาระการเลือกตั้งกรรมการสมาคม
  • ๑๖.๖ สมาชิกสามัญมีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสมาคม
  • ๑๖.๗ สมาชิกสามัญมีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้ โดยยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสมาคม
  • ๑๖.๘ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่และอุปกรณ์ของสมาคม ตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมกำหนด
  • ๑๖.๙ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น ตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมกำหนด
  • ๑๖.๑๐ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
  • ๑๖.๑๑ มีหน้าที่ชำระค่าบำรุงประจำปีภายในวันที่ 31 มกราคม ของทุกปี สมาชิกสามัญที่ไม่ชำระค่าบำรุงประจำปี มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคมแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ
  • ๑๖.๑๒ มีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารของสโมสรสมาชิก การย้ายสถานที่ทำหารให้สมาคมทราบภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
  • ๑๖.๑๓ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
  • ๑๖.๑๔ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนันสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
  • ๑๖.๑๕ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
  • ๑๖.๑๖ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ ๓ การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ ๑๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บิหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อยเก้าคนแต่ไม่เกินสิบเก้าคน ในจำนวนนี้ให้มีกรรมการที่มาจากสมาชิกของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด

การเลือกนายกสมาคมให้กระทำโดยที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งด้วยวิธีการเสนอชื่อโดยสมาชิกสามัญและหากมีผู้เสนอชื่อมากกว่าหนึ่งคนให้ลงคะแนนเสียงด้วยวิธีลับ การเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นนายกสมาคมต้องมีสมาชิกสามัญรับรองไม่น้อยกว่าสามสโมสร ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงคือสมาชิกสามัญเท่านั้น และให้นายกสมาคมที่ได้รับเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามความเหมาะสมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายกสมาคมได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่

ข้อ ๑๘ กรรมการของสมาคมต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

  • ๑๘.๑ มีสัญชาติไทย
  • ๑๘.๒ มีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการกีฬา หรือส่งเสริมการกีฬาภายในขอบวัตถุประสงค์ของสมาคม
  • ๑๘.๓ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  • ๑๘.๔ ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  • ๑๘.๕ ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  • ๑๘.๖ ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้ออกจากกรรมการอันเนื่องมาจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ หรือกระทำการใดๆ ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
  • ๑๘.๗ ไม่เคยถูกนายทะเบียนสั่งให้ออกจากตำแหน่งกรรมการสมาคมกีฬาตามมาตรา ๘๖(๔) แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘

ข้อ ๑๙ นายกสมาคมและกรรมการของสมาคม มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนจากนายทะเบียนและอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ตามมาตรา ๕๖(๑๐) แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘

ข้อ ๒๐ การแต่งตั้งคณะกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุด หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคมให้สมาคมนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้วแต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จะทะเบียนจากทางนายทะเบียน ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระนั้นปฏิบัติหน้าที่กรรมการของสมาคมต่อไป จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางนายทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย และก็ทำให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเดิมและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางนายทะเบียน

ข้อ ๒๑ หากตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมภายในสามสิบวัน

ข้อ ๒๒ หากตำแหน่งกรรมการสมาคมว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งบุคคล หรือสมาชิกที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น เว้นแต่บุคคลนั้นถูกมีมติให้ออกโดยที่ประชุมใหญ่และให้ผู้ดำรงตำแหน่งแทนมีวาระเท่ากับตำแหน่งที่ว่างลงนั้น

ข้อ ๒๓ กรรมการสมาคมพ้นจากตำแหน่งดังต่อไปนี้

  • ๒๓.๑ ตาย
  • ๒๓.๒ ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายกสมาคม กรณีนายกสมาคมลาออกให้ยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
  • ๒๓.๓ ขากจากคุณสมบัติหรือสมาชิกภาพ
  • ๒๓.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่งด้วย คะแนนเสียงสามในสี่ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม
  • ๒๓.๕ ครบกำหนดตามวาระ
  • ๒๓.๖ นายกสมาคมลาออก หรือ พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ (ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามข้อ ๒๑)
  • ข้อ ๒๔ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
  • ๒๔.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
  • ๒๔.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
  • ๒๔.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรือ อนุกรรมการ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
  • ๒๔.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
  • ๒๔.๕ มีอำนาจลงโทษสโมสรสมาชิกที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบของสมาคม หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นการเสียหายแก่สมาคมตามความอันสมควรแก่กรณี
  • ๒๔.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
  • ๒๔.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
  • ๒๔.๘มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมดได้เข้ารายชื่อร้องขอให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะจ้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ ถ้าคณะกรรมการขอสมาคมไม่เรียกประชุมภายในระยะเวลา สมาชิกที่เป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมจะเรียกประชุมเองก็ได้
  • ๒๔.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
    ๒๔.๑๐ มีหน้าที่จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหยักฐาน และจัดส่งให้สมาชิกดีรับทราบ และส่งรายงานการประชุมคณะกรรมการหรือการประชุมใหญ่ทุกครั้งให้นายทะเบียนทราบ ภายในห้าสิบวันนับแต่วันประชุม
  • ๒๔.๑๑ มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องแจ้งบัญชีรายชื่อและจำนวนสมาชิกของสมาคมเพียงสิ้นวันที่ ๓๑ ธันวาคมของทุกปี ให้นายทะเบียนทราบ ภายในวันที่ ๓๑ มกราคมของปีถัดไป หากมีการรับสมาชิกใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อและจำนวนสมาชิกให้แจ้งนายทะเบียน ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รับสมาชิกใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลง
  • ๒๔.๑๒ มีหน้าที่แจ้งรายชื่อคณะกรรมการสมาคมให้นายทะเบียนทราบไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่มีการแต่งตั้ง
  • ๑๔.๑๓ มีหน้าที่จัดทำรายงานประจำปี และผลการดำเนินการของสมาคมเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ในคราวที่เสนองบดุล และให้ส่งสำเนารายงานกับงบดุลไปยังนายทะเบียนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่
  • ๑๔.๑๔ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๘ และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๒๕ กรรมการสมาคมจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ ๒๖ ในการประชุมคณะกรรมการคราวใด ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เข้าประชุมคราวนั้นทำการเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

ข้อ ๒๗ การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

หมวดที่ ๔ การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๘ การประชุมใหญ่ของสมาคม มีสองชนิด คือ

  • ๒๘.๑ กระประชุมใหญ่สามัญ
  • ๒๘.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๙ คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีกระประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ไม่เกินเดือนเมษายนของทุกปี

ข้อ ๓๐ การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือโดยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ ๓๑ กรณีคณะกรรมการได้รับการร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ให้คณะกรรมการเรียกประชุมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ ถ้าคณะกรรมการไม่เรียกประชุมภายในระยะเวลาที่กำหนด สมาชิกสามัญที่เป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมจะเรียกประชุมเองก็ได้

ข้อ ๓๒ การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สโมสรสมาชิกได้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลาและสถานที่ให้ชัดเจนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมในเว็บไซต์หรือช่องทางอื่นเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

ข้อ ๓๓ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ควรมีวาระการประชุมโดยสังเขป ดังต่อไปนี้

  • ๓๓.๑ ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
  • ๓๓.๒ รับรองรายงานการประชุมใหญ่ประจำปีครั้งที่แล้ว
  • ๓๓.๓ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
  • ๓๓.๔ แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ
  • ๓๓.๕ เลือกตั้งนายกสมาคมเมื่อครบกำหนดวาระ หรือตำแหน่งนายกสมาคมว่างลง(ถ้ามี)
  • ๓๓.๖ แต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี
  • ๓๓.๗ เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

ข้อ ๓๔ ในการประชุมใหญ่สามัญ หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบกำหนดเวลาขยายออกไปแล้วยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และให้จัดการประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้มีสมาชิกสามัญจำนวนเท่าใดก็ได้ให้ถือเป็นองค์ประชุม เว้นแต่เป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกสามัญไม่ต้องจัดการประชุมใหญ่ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๓๕ สมาชิกสามัญเป็นผู้มีอำนาจในการลงมติ ในการประชุมใหญ่ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๓๖ สมาชิกสามัญรายใดรายหนึ่งอาจมอบอำนาจให้สมาชิกสามัญรายอื่นเข้าร่วมประชุม และออกเสียงลงคะแนนแทนตนก็ได้ โดยมีหนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรพร้องสำเนาบัตรประจำตัวของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ในการนี้ผู้รับมอบอำนาจจะรับมอบอำนาจเกินกว่าหนึ่งแห่งไม่ได้

ข้อ ๓๗ ในการประชุมใหญ่ของสมาคมคราวใด ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

หมวดที่ ๕ การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๓๘ การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ถ้ามีเงินสดขอสมาคมด้วย ให้นำฝากไว้ในธนาคารที่เชื่อถือได้ โดยรายรับ-รายจ่ายทั้งหมดต้องผ่านบัญชีของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๓๙ การลงนามในตั๋วเงิน หรือเช็คของสมาคมจะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนนายกสมาคมลงนามร่วมกับเหรัญญิกพร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ ๔๐ เลขาธิการสมาคมมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายได้ภายในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และต้องแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบ

ข้อ ๔๑ นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)และต้องแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบ แต่ถ้าจำนวนเงินเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการมีอำนาจอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามล้านบาทถ้วน) หากมีความจำเป็นจะต้องจ่ายเงินเกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ ๔๒ เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่กระทำได้

ข้อ ๔๓ เหรัญญิกต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการตามปีปฏิทิน บัญชีงบดุลนี้ต้องให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบก่อนเสนอที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาให้การอนุมัติ ภายในกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชี โดยลงลายมือชื่อนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ ๔๔ ผู้สอบบัญชีต้องมิใช่กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ ๔๕ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ ๔๖ คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

ข้อ ๔๗ ในกรณีผู้สอบบัญชีต้องพ้นจากหน้าที่ไม่ว่าด้วยเหตุใดระหว่างการสอบบัญชียังไม่เสร็จสิ้น ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีคนใหม่เข้าทำการแทนได้

หมวดที่ ๖ การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๔๘ ข้อบังคับของสมาคมจะแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และสมาคมต้องนำข้อบังคับที่ได้แก้ไขหรือเพิ่มเติมไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ เมื่อนายทะเบียนได้จดทะเบียนแล้วให้มีผลใช้บังคับได้

ข้อ ๔๙ การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือมีเหตุตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย

ข้อ ๕๐ เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติหรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล หรือสาธารณประโยชน์

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๕๑ ให้คณะกรรมการสมาคมชุดที่นายกสมาคมได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๘ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันที่นายกสมาคมได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่
ผู้จัดทำข้อบังคับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติพศ สุฉันทบุตร

ดาวน์โหลดข้อบังคับสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘